ทำไมหนังสือ หรือ แผ่นเสียง ไม่เคยตายไปจริงๆ - Gadhouse
25043
post-template-default,single,single-post,postid-25043,single-format-standard,bridge-core-1.0.4,woocommerce-no-js,ajax_fade,page_not_loaded,,columns-3,qode-theme-ver-18.0.6,qode-theme-bridge,qode_header_in_grid,brz

ทำไมหนังสือ หรือ แผ่นเสียง ไม่เคยตายไปจริงๆ

ทำไมหนังสือ หรือ แผ่นเสียง ไม่เคยตายไปจริงๆ

ทุกวันนี้เราเสพข้อมูลกันได้ง่ายแค่กระดิกนิ้วหรือแค่เปล่งเสียงสั่ง ข้อมูลหลั่งไหล ถาโถม มากมายและง่ายดาย ข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูป ภาพเคลื่อนไหว ตัวอักษร หรือเสียง เราอยากจะฟังเพลงไหนบนโลกนี้ก็แค่หยิบมือถือ กระดิกนิ้วแล้วใส่หูฟัง ไม่มีอะไรจะดีกว่านี้อีกแล้ว แต่สงสัยกันไหมว่าทำไม ยังมีสือในรูปแบบที่คิดว่าจะต้องหายไปจากโลกนี้แล้วอย่างแผ่นเสียงและหนังสือ 

ข้อมูลจาก Recording Industry Association ของประเทศอเมริกา ยอดขายแผ่นเสียงใน US ถ้าเทียบกับปีที่แล้วโตขึ้นอีก 13% ในช่วงครึ่งปีแรกของ 2019  และมันโตต่อเนื่องติดต่อกัน 10 กว่าปีแล้วนับตั้งแต่ ปี 2007

ส่วนยอดขายของหนังสือ ในปี 2018 ของอเมริกา เพิ่มขึ้นถึง 7% และมี Magazine ที่ถูกตีพิมพ์ออกมาในช่วงปี 2018 นั้นถึง 7,218 ฉบับ (เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย) ตัวเลขนี้มากกว่าปี 2009 เสียอีก และถ้ามาดูส่วนของ e-Book นั้นกลับลดลง 3.6% จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของ Magazine นั้นเป็นผลพวงจากการที่สื่อทั้งหลาย Shift ไปอยู่บน Newsroom หรือ Digital Platform ต่างๆ อย่างไรก็ตามรายได้ 96% ของนิตยสารในปัจจุบันจริงๆแล้วมาจากระบบ subscription แบบเก่า (ที่ยังคงพิมพ์ในโรงพิมพ์) ส่วนที่เหลือเป็น Digital subscription

บทความตีพิมพ์ทางวิชาการของ Ozgun Atasoy จาก the University of Basel และ Carey Morewedge จาก Boston University ได้ทำการวิจัยและสรุปว่า “ผู้คนนั้นยังคงมีนิสัยที่อยากจะครอบครอง อยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ และมันต้องจับต้องได้เสียด้วย! ยิ่งไปกว่านั่นพวกเขายินดีที่จะจ่ายเพิ่มในสื่อที่จับต้องได้ มากกว่าของที่อยู่บนคลาวด์”

อีกหนึ่งปัจจัยที่ Michael Palm จากมหาวิทยาลัย North Carolina-Chapel Hill ศึกษาเกี่ยวกับหัวเรื่องนี้ และสรุปไว้ว่า มันไม่ได้เกี่ยวกับ Physical หรือ Digital หรือแม้แต่ ความใหม่หรือเก่า จริงๆแล้วมันอยู่ที่ “Supply Chain” ก่อนหน้านี้อุตสาหกรรมแผ่นเสียงได้เกือบตายไปก็เพราะการเข้ามาของ CD และบริษัทใหญ่ๆทั้งหลายก็ทิ้งมันไปแบบไม่ใยดี แต่ยังคงมีร้านแผ่นเสียงอิสระที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางชุมชนของคนฟังเพลงในรูปแบบแผ่นเสียงอยู่ ภายหลังที่ CD ตาย และยุค Steaming เข้ามา แผ่นเสียงเริ่มมีบทบาทอีกครั้งจากการที่มีอินเตอร์เน็ต กลุ่มคนทำเพลงและผลิตแผ่นเสียงอิสระก็สามารถประชาสัมพันธ์ในวงกว้างได้อีกครั้ง และพวกบริษัทใหญ่ๆ ก็นำมันกลับมาขาย โดยซื้อจากผู้ผลิตรายย่อยอีกครั้งหนึ่ง 

เป็นเรื่องดีที่ทุกวันนี้เรามีทางเลือกในการเสพสื่อมากมาย แต่ที่ไม่เคยเปลี่ยนจริงๆอาจจะเป็นวิถีชีวิต เรามีอิสระมากกว่ายุคก่อนที่มีแต่แผ่นเสียงหรือซีดี อินเตอร์เน็ตทำให้เราได้ฟังเพลงมากกว่าเดิม และเรามีแผ่นเสียงที่ส่งตรงถึงบ้าน ใช้ชีวิตอย่างช้าๆ ในวันที่โลกหมุนเร็วขึ้นทุกวันๆ แบบนี้

อ้างอิงบทความจาก Bloomberg และ

https://www.rollingstone.com/music/music-news/vinyl-cds-revenue-growth-riaa-880959/

https://pdfs.semanticscholar.org/f82f/15bec05f04e112b0a87982b3d37e45a28c8a.pdf

https://comm.unc.edu/files/2019/03/keeping-what-real.pdf